50 : เขาชนไก่ ไอเลิฟยู

posted on 04 Feb 2009 16:24 by hostchan156 in Entertainment

นักศึกษาวิชาทหารชาย ปีที่ 3  ปีการศึกษา 2551

ผลัดที่ 22 กองพันปกครองที่ 32

ม้าศึก ม้าศึก คล่องแคล่ว ว่องไว ใจกล้า ม้านักรบ(นรก) เอี้ย~ เอี้ย~

 

 

 

นึกถึงหนังเรื่อง "เขาชนไก่" เมื่อปี 49

แล้วลองมาเปรียบเทียบกับของจริงที่เราไปสัมผัสมาเองนั้น

บอกได้เลยว่าแทบจะไม่ค่อยเหมือนของจริงสักเท่าไรนัก ...

เพราะของจริงนั้นเหนื่อยกว่าในหนังหลายพันเท่า

... เราจะไม่มีเวลามาจีบสาวจิ๊บ และถีบจักรยานไปซื้อข้าวให้จ่า

แต่ความไม่เหมือนบางสิ่งก็เป็นข้อดี นั่นก็คือ

ผลัดที่เราไปนั้น ไม่มีการทะเลาะวิวาทกันเหมือนในหนังนั่นเองครับ ^^

 

... เอาล่ะ มาเข้าเรื่องดีกว่า 

ต่อไปนี้ จะเป็นบันทึกจากเขาชนไก่โดยเราเอง ~

ที่ทำขึ้นมาก็เพื่อเก็บความทรงจำดีๆที่ไม่ควรพลาดครั้งในหนึ่งในชีวิต

และช่วยเป็นกรณีศึกษาให้กับรุ่นน้องต่อไปด้วย

----------------------------------------------------

 

วันที่ 1

หลังจากที่ไม่ได้ตื่นเช้ามาหลายเดือน วันนี้คงเป็นวันแรกที่ได้ตื่นเช้า

และการตื่นเช้าครั้งนี้ ก็เป็นแบบเช้าพิเศษไปเลย ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4

เพราะว่าบ้านไม่ได้อยู่ใกล้ที่รวมพลอย่างสวนเจ้าเชตุแถวสนามหลวง

... เวลาที่เขานัดให้ไปรวมพล ก็คือ ตี 5 ตรง

เราก็เลยรีบอาบน้ำ (ซึ่งคิดว่าไปที่นั่น คงจะไม่ได้อาบเป็นแน่)

และรีบแต่งตัว ... แต่ไม่ทันไรก็เกิดปัญหาซะแล้ว

... ติดกระดุมกางเกงไม่ได้ครับพี่น้อง !!!

ไม่น่าเชื่อว่าผลกรรมความอ้วนของเรา จะตกทอดมาถึงเพียงนี้ T_T

หลังจากไม่ได้ใส่มาเป็นเวลา 3 เดือน ทำไมมันช่างฟิตเช่นนี้ ~

... ว่าแล้วจึงรีบถอดกางเกงแล้วให้แม่รีบถอนกระดุม แล้วเย็บใหม่

เอาให้กระดุมกางเกงชิดเป้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

จนแล้วรอดจนรอดก็ใส่ได้ซะทีครับ 

ในที่สุดก็รีบแพ็คกระเป๋า บึ่งมอเตอร์ไซค์ให้พ่อไปส่งโดยด่วน

 

... เมื่อไปถึงที่สวนเจ้าเชตุ เวลาก็เป็นตี 5 กับอีก 10 นาที

แต่ถึงจะเลทยังไง ก็ไม่มีปัญหาอยู่ดี เพราะเวลาที่ล้อหมุน ก็คือ ตี 5.45

เวลาที่เหลือก็เลย ไปหาอะไรกินเล็กน้อย

(ต้องย้ำว่าเล็กน้อยจริงๆ เอาพออยู่ท้อง เดี๋ยวขี้มาจะงานเข้า)

... ระหว่างกินก็เหลือบไปมองเพื่อนเค้าส่องไฟฉาย

เลยกลับย้อนมาดูตน ปรากฎว่าไม่ได้เอามานี่หว่า

List ที่โรงเรียนให้มาเตรียมของดันไม่มีซะงั้น ?!

เลยต้องถลุงตังค์ไปให้กับไฟฉายก่อนเลยเป็นอันแรก 60 บาท

ซึ่งตังค์ที่เตรียมมาคราวนี้คือ 700 บาท ตามคำแนะนำชาว Sicom

(ซึ่งคิดว่าคงจะพอ แต่ก็มารู้ทีหลังว่ารายจ่ายมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ)

 

เอาล่ะ ~ เมื่อของพร้อมแล้วก็ขึ้นรถไปเขาชนไก่กันเลย

แต่ก่อนที่จะไปถึง "เขาชนไก่" นั้น ก็ต้องมีสถานที่แวะเที่ยวก่อน

... ซึ่งถ้าเป็น ปี 2 ก็จะเป็นวัดป่าเลไลยก์

แต่มาปี 3 คราวนี้ ก็จะไปกันที่อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ

โดยสงครามเก้าทัพก็เกิดขึ้นบริเวณเขาชนไก่นั่นเอง

ก็ได้ความรู้มากมายเลยทีนี้ เสร็จแล้วก็จึงไปเข้า "เขาชนไก่" ของจริงกัน !!!

 

... เมื่อถึงแล้ว ก็จะต้องมาทำพิธีที่รูปปั้น ร.6 ก่อน

ตากแดดยืนเคารพไปเป็นเวลาเกือบชั่วโมง แล้วจึงเขาที่กองพันฝึก

เราก็จะได้วางเป้ที่รวมพลก่อน แล้วขับรถไปต่อที่สนามยิงปืนครับ

ซึ่งวันแรกเราก็จะได้ทำการเรียนรู้ท่ายิงปืน และวิธีการยิง 

โดยปืนที่ใช้ก็คือ SK-33 ซึ่งมีแรงถีบเมื่อยิงกระสุนด้วย ...

... เรียนรู้กันจนถึงเย็น ก็ไปซ้อมท่ายิงแบบหลอกๆกันสักเล็กน้อย

ก่อนที่จะยิงด้วยกระสุนจริงในวันถัดไป 

เมื่อซ้อมเสร็จ ก็ค่อยเดินกลับไปที่รวมพล

(มาเขาชนไก่ครั้งนี้ เดินทางไกลเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย ~)

 

กลับมาถึงที่รวมพลแล้วก็ถึงเวลาที่จะนำของไปเข้าเต๊นท์ซักที

... แต่สำหรับวิธีการเลือกคู่นอนเต๊นท์ของ ปี 3 จะเลือกไม่ได้แล้ว

จับคู่เรียงตามหมวดเลย  (แต่ทีหลังก็มาสลับคู่นอนกันอยู่ดี -0-)

หลังจากได้เต๊นท์นอนกันอย่างลงตัวแล้ว จึงแยกย้ายกันนอน

โดยจ่าไม่ให้อาบน้ำในวันแรก (เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับกันไปแล้ว ...)

... นอกจากนั้น เราอยู่เต๊นท์หมายเลข A12 จึงโดนเข้าเวรในวันแรกเลย

ต้องเข้าไปเฝ้าคลังอาวุธ ตั้งแต่ 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่มแน่ะ 

(แต่ก็ยังดีกว่า กะ ตี 1 ถึง ตี 3 ถือเป็นกะที่นอนไม่อิ่มที่สุด >_<)

... เขาชนไก่ในวันแรกก็จบไปอย่างเรียบง่าย

 

^ เริ่มเดินทางแล้วครับ ...bg หลับหลอนมาก ตาเหลือกเชียว

 

^ สภาพที่รวมพลครับ ข้างหลังเห็นลางๆ เป็นเต็นท์นั่นเอง

 

^ จะพักก็ต้องมานั่งคลุกฝุ่นกันอย่างนี้แหละ !!!

---------------------------------------------------- 

 

วันที่ 2

วันนี้ต้องรีบตื่นแต่เช้า (ตี 4 กว่า) เดินไปสนามยิงปืน ไม่มีรถไปส่งให้อีกแล้ว

กว่าจะถึงและพร้อมก็ประมาณ 7 โมงโน่นเลยละครับ

โดยเราได้ยิงเป็นชุดยิงแรกเลย ได้ยิงก่อนใคร ...

... ก่อนจะยิง จ่าก็บอกเปรยๆว่า ถ้าใครได้คะแนนมากกว่า 80 คะแนน

จะมีประกาศณียบัตรให้ (รู้สึกสมัยก่อนจะมีเหรียญทองเป็นรางวัล)

เมื่อได้ยินดังนั้น ก็เกิดกำลังใจที่จะตั้งใจยิงมากขึ้น

(แทบจะเพ้อไปถึงขนาดจะเอาใบประกาศไปฝากพ่อแม่ให้ได้ ...)

... ก่อนเริ่มยิง ก็ต้องสวมหมวกเหล็ก ที่ไม่รู้จะสวมทำไม

หนักหัวชิหาย เหม็นก็เหม็น นอนยิงไปเรื่อยๆ หมวกก็ร่วงมาบังตาอีกแม่ม -*-

... ในที่สุดก็เริ่มยิง ปังๆๆๆๆๆ ~!!! (เสียงดังโคตร... ~

แต่ดังน้อยกว่้าคนที่คอยบรรจุกระสุนให้นะ 555+ ปืนถีบแรงได้อีก)

... เมื่อยิงเสร็จผลที่ได้รับก็น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

18/100 คะแนนครับ (ตูไม่น่าฝันไกลไปขนาดนั้นเลย หดหู่ชะมัด)

 

แต่เมื่อยิงเสร็จ เวลามันเหลืออีกเยอะมากครับ

เราต้องรอชุดยิงของเพื่อนๆ อีกหลายคนทำการยิงให้เสร็จ

... เวลาที่เหลือนั้นเอง จึงโดนจ่าเรียกให้แบ่งกลุ่มไปทำงาน

บ้างก็ไปนับคะแนนกระสุน ล้างห้องน้ำ รดน้ำต้นไม้ เก็บขยะ

... งานที่กล่าวมา ยังดูมีสาระดีใช่ไหมครับ ?

แต่งานที่เราได้รับให้ไปทำก็คือ

เตะก้อนกรวดหินหลังห้องน้ำให้เรียบเสมอกัน (ได้ประโยชน์โคตร...)

... คือก็เข้าใจแหละ ว่าจ่าแกแบ่งงานจนงานใกล้หมดแล้ว

แต่คนยังเหลืออีกเยอะ ก็เลยได้งานแบบนี้ไป - -"

 

หลังจากยิงกันเสร็จทุกคนแล้วก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี

ได้เวลากินข้าวหลวง เติมพลังงานกันซักหน่อย

...ความจริงไอ้ข้าวหลวงเนี่ย ถ้าคิดให้มันอร่อยมันก็จะอร่อยเอง

มาที่นี่ ต้อง Enjoy เข้าไว้ครับ ^^

แต่ถ้าพลังจิตไม่แก่กล้าพอที่จะให้คิดเช่นนั้นได้

ก็ยังมี 7-Eleven แห่งเขาชนไก่ เป็นร้านขายน้ำอัดลม + ขนมปังต่างๆเล็กน้อย

ซึ่งเป็นร้านที่ต้องเข้าคิวแย่งกันตายในการซื้ออย่างสม่ำเสมอ

ถือเป็นสวรรค์บนซากทราย ถูกใจชาวกรุงเทพฯ ยิ่งนัก ... ~

 

เมื่อกินเสร็จ ก็ได้เดินทางไปสถานีทดสอบกำลังใจ 10 สถานี

ซึ่งเป็นพวกฐานเครื่องเล่นผ่านด่านมากกว่า

เช่น กระโดดกำแพงสูง โหนเชือก ทรงตัวข้ามท่อนไม้ เป็นต้น

... จากนั้น เราก็จะเข้าสู่การขึ้นเขากัน ซึ่งทดสอบความอดทนน่าดู

ตอนแรกนั้น ก็ว่าจะไม่ขึ้นไปหรอก เพราะสูงอยู่พอควร

แต่เพื่อนอีกผลัดบอกว่าจะมี SWENSENS ขายอยู่บนยอดเขา

(เข้าใจว่าเป็นร้านไอติมนั่นแหละ ในใจก็อยากกินหลายๆ)

ก็จึงขึ้นเขาไปกับเพื่อนด้วยความชันของเขาที่เพิ่ม Level ขึ้นเรื่อยๆ

... เดินไปนานเข้า ก็เริ่มหมดแรง เริ่มมีการแงะน้ำเพื่อนกิน

เมื่อสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วมองลงมาที่ตีนเขา

ก็จะได้เห็นสถานที่การถ่ายทำหนังเรื่อง "พระนเรศวร 3" ที่กว้างและสวยมาก

... ยิ่งเดินสูงเข้า แรงยิ่งหมดลงทุกที หันมาดูข้างทาง

พบหมามันวิ่งแซงขึ้นเขาลิ้นห้อยตัวเตี้ยมๆ ไป

นาทีนั้น ... ศักดิ์ศรีความเป็นคนจึงผุดขึ้นมาทันที

เราจึงติด Nitrous วิ่งไปหวังจะแซงหมา

แต่ Nitrous นั้น ทำ้เราวิ่งได้แค่ 4-5 ก้าว ก็กลับมาเดินเหมือนเดิม

(ก็เขามันชันนี่นา นาทีนั้นเหนื่อยจะวิ่งยังไงก็ไม่ไหวแย้ว >_< ยอมหมาไป ~)

 

... และแล้วก็มาถึงยอดเขาครับ ซึ่งเป็นเจดีย์ประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ

มีระฆังให้ตีโดยรอบด้วย แต่ที่ไม่เข้าใจอย่างหนึ่งก็คือ

มีนิทรรศการพระราชกรณียกิจในหลวงอยู่ด้วย

(หวังว่าจะมีคนปีนเขาเพื่อมาดูนิทรรศการกันเยอะๆนะครับ ^^)

... แต่ที่เคืองๆ ก็คือไม่เห็นมีร้านไอติม อาหารหรือเครื่องดื่มขายข้างบนเลยแม้แต่น้อย

แต่อีกนัย ก็ภูมิใจที่พิชิตเขาชนไก่ด้วยตนเองได้ เป็นประสบการณ์ที่ดี

 

... หลังจากดูดดื่มบรรยากาศยอดเขาได้ไม่นาน

ก็ต้องค่อยๆรีบลงมาจากเขา (ต้องค่อยๆ รีบไปเดี๋ยวกลิ้งลงเขา)

ด้วยเหงื่อที่โชกทั้งตัว ในใจก็คิดไปพลางว่า

"ถ้าวันนี้ไม่ได้อาบน้ำ ก็คงต้องแหกกฎมาอาบล่ะวะ"

 

... ในที่สุดก็เดินทางกลับมาที่รวมพลอีกครั้งหนึ่ง

คราวนี้เป็นที่น่ายินดี ที่จ่าเปิดโอกาสให้เราได้อาบน้ำแล้ว

แต่ความยินดีนั้นก็ต้่องหดหายลงไปทันทีเมื่อทราบว่า

"มีเวลาอาบน้ำได้เพียง 30 วินาที ใครอาบเกินให้ลงไปกลิ้งกับดิน"

(โห... อาบอย่างนี้อย่าให้อาบดีกว่าครับ แต่ก็ต้องอาบ...

เหนียวตัวไปหมดแบบไม่ไหวแล้ว T_T)

 

... ความเหนอะหนะตามตัวก็พอบรรเทาไปได้บ้าง

แล้วคืนนี้ก็ต้องรีบแพ็คของใส่เป้เฉพาะที่จำเป็น

เพราะเช้ามืดวันต่อไป จะต้องเดินทางไปพักแรมในป่ากัน

 

ระหว่างที่จะนอนในเต๊นท์ ก็มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้น

จึงรีบผลุบออกมาดูนอกเต๊นท์ ได้ข่าวว่ามีตะขาบตัวยาวเท่าไม้บรรทัด

เลื้อยอยู่้ในแถวๆที่พัก ... T_T

... เอาแล้วไง เป็นธรรมเนียมค่ายรึไง ที่ต้องมีสัตว์ประหลาดมาเร่ร่อนอยู่เรื่อย

เรากับเพื่อนในเต๊นท์จึงไม่รอช้า รีบโรยแป้งเย็นรอบเต๊นท์

และตรวจการณ์อยู่หน้าเต๊นท์ ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวาย

... แต่ไม่นานนัก กูมีผู้พิชิตตะขาบได้ด้วยฝ่าตีน (เฮ~)

จึงขอเข้าไปดูซากตะขาบซะหน่อย

... ไอหร่า ตัวมันยาวเท่าครึ่งไม้โปรเอง ...

อยากตบคนปล่อยข่าวด้วยไม้ฟุตเหล็ก -*-

 

และแล้วคืนนี้ก็นอนอย่างสงบสุข เตรียมไปป่าวันพรุ่งนี้

^ ระหว่างขึ้นเขา (ยังยิ้มได้อีก...)

 

^ หนทางช่างยาวไกล เริ่มพึ่งพาเพื่อน

 

^ แค่นี้ชิลๆครับ (ในใจ : แฮ่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

 

^ นี่ล่ะครับ ยอดเขาที่เรารอคอย ... (เหนื่อยแย้ว~)

 

^ เข้าไปดูกันชัดๆ (สรุปเอ็งมาฝึก ร.ด. หรือมาท่องเที่ยวเนี่ย !?)

---------------------------------------------------- 

 

วันที่ 3 

ต้องตื่นแต่เช้าและเดินทางไปป่าท่ามกลางความมืด

มีทั้งสะดุดหิน ข้ามสะพานแม่น้ำ อะไรเล็กน้อยก็ว่ากันไป

จนถึงที่รวมพลกลางป่า ก็จึงเห็นได้ว่า ...

... ความจริงการนอนในป่า ก็ไม่ได้ต่างจากนอนในที่รวมพลเท่าไรเลย

เหมือนแค่ย้ายฐานจากที่รวมพลมากกลางป่า

เพราะว่ามีเต๊นท์เหมือนกัน และตั้งอยู่ในที่โล่งกว้างเหมือนกัน

(ในใจตอนแรกคิดว่า ต้องสวมถุงนอนนอนกับต้นไม้ซะอีก) 

 

... เมื่อรวมพลเสร็จก็เกิดอาหารปวดฉี่ครับ 

จึงไปเข้าห้องน้ำที่ทาง ร.ด. จัดเตรียมไว้ให้

... เพียงแค่เดินเข้าใกล้ ...

อุ ~~ (คราวนี้รู้เลยครัีบ ว่าเหม็นจนจะอ้วกเป็นยังไง !!!

เหม็นจริงๆ... เหลือบไปดูแต่ละห้อง ขี้ไม่ราดทั้งนั้น T_T)

จึงกลั้นใจฉี่ หายใจทางปาก เพื่อจะได้ไม่สูดกลิ่นมรณะนั้น ~

 

... มาในป่าคราวนี้ มีเรื่องที่ต้องเรียนเยอะครับ

อาทิเช่น บุคคลทำการรบในเวลากลางวัน ที่ต้องขานตำแหน่งให้ถูก

และไปรบจริงๆ ซึ่งไม่ค่อยต่างอะไรจากปี 2 มาก (สำหรับคนที่เคยเรียน)

เพียงแต่ระยะทางไกลขึ้น มีวิ่งฝ่าดงไม้เหนื่อยๆ และลอดลวดหนามเช่นเคย

 

และยังมีเรื่อง การพราง ที่ทุกคนต้องเลอะหน้ากันเป็นธรรมเนียม

 

เรื่อง การดำรงชีพในป่า ที่ถือเป็นไฮไลท์เล็กๆอย่่างหนึ่ง

ที่ต้องมาเรียนรู้ สัตว์อันตรายในป่าพวกงู อาหารที่กินได้ สมุนไพรต่างๆ

และก็ต้องมาทำอาหารกินเองครับ 555+

... โดยเขาจะให้ข้าวสาร เนื้อหมู กับ เนื้อไก่ และเครื่องเทศมาเป็นวัตถุดิบครับ

และมีหม้อให้เราต้ม 5 หม้อ ซึ่งประเด็นสำคัญของสิ่งนี้คือการจุดไฟครับ

ทำยังไงก็ได้ ให้มันจุดไฟติด ก็จะสบายแน่นอน

... ซึ่งกลุ่มเรา ก็มีคนจ๊อยอยู่ 2 คนจึงมีไฟแช็ก 

คนที่เหลือก็จึงไปหาใบไม้แห้ง กับ ฟืนมา ซึ่งลำบากน่าดู

โดยแรกๆ จะเป็นใบไม้แห้งส่วนใหญ่ซึ่งไม่ค่อยได้ผล

เพราะไฟจะมอดใบไม้ไหม้หมดเสียก่อน จึงต้องมีฟืนเป็นหลักก่อน

และจึงนำใบไม้แห้งมาเสริมเรื่อยๆ ไฟจึงจะอยู่จีรังครับ

... ในที่สุดไฟก็ลุกช่วงโชติ ต้มน้ำอย่างเมามันส์

เมื่อน้ำเดือดไม่ดีเท่าไรนัก จึงรีบใส่อาหารต่างๆ เพราะเดี๋ยวอดกิน 

เสียเวลากับการจุดไฟมามากพอควรแล้ว

... เวลาผ่านไป อาหารก็ได้ที่พร้อมทานครับ ทานพร้อมกันถ้วนหน้า

เพื่อนๆ รู้จักต้มยำน้ำเปล่ามั้ยครับ ??

อารมณ์นั้นเลย 555+ แต่หมูกับไก่นั้นอร่อยมากอยู่แล้ว

จึงไปขอน้ำปลาจากจ่ามาเพิ่ม ก็เป็นมื้ออีกมื้อหนึ่งที่ไม่เลวเลยทีเดียวครับ

... แต่คงเลวกว่า ปลาและเขียวหวานแซลมอนกระป๋องของกลุ่มข้างๆ แน่ - -"

 

ตกดึก เราก็จะเรียนเรื่อง บุคคลทำการรบในเวลากลางคืน

ได้มาดูดาวอีกแล้ว แต่คราวนี้เมฆบังค่อนข้างมาก จึงไม่เห็นดาวสักเท่าไรนัก...

แต่ได้มาอึ้งกับความสามารถในการรบเวลากลางคืนของครูสาธิต (not มากี)

... สามารถเดินได้เงียบจริงๆ แม้กระทั่งกระโดด เท้ากระทบพื้นยังเงียบเลย

และยังได้สาธิตการจุดพลุจากข้าศึกที่จุดได้เพียงวันละครั้ง (งบน้อยน่าสงสาร)

 

... เมื่อเรียนเสร็จ ก็กลับเข้าที่รวมพลนอนอีกครั้ง

ส่วนเรื่องอาบน้ำน่ะเหรอ ไม่ได้อาบแน่นอนครับ ...

... ยิ่งห้องน้ำแบบนั้นน่ะเหรอ ? ชาติหน้าเจอกัน !

^ มาเรียนเรื่องการพรางก็ต้องพรางสิครับ

 

^ ถ่ายรูปทั้งๆที่ตอนนั้นยังไม่เห็นว่าตัวเองพรางเป็นยังไง

---------------------------------------------------- 

 

วันที่ 4

นับได้ว่าเป็นวันไคลแมกซ์ของการมาฝึกภาคสนามเลยทีเดียวเชียว

เป้นวันที่จะได้มาเจอ "จ่านรก สถานีฝึกที่ 33"

ผู้ที่สามารถฝึกเรื่อง เข้าตี ตั้งรับ ได้โหดที่สุดเท่าที่เจอมา ...

 

...  วันนี้ตื่นขึ้นมาแต่เช้าอีกเช่นเคย เพื่อไปสถานีฝึกที่ 33

แต่ได้กินข้าวก่อน มีเวลาเตรียมใจรอจ่านรก จนถึง 7 โมงเช้า

 

และแล้วเวลานั้นก็มาถึงแล้วครับ !!!

... ชายร่างอ้วน สวมแว่นกันแดด ย่างร่างกายขึ้นมาบนโพเดียม

ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากมาย สั่ง หมอบ ทันที !!

ทุกคนทราบเป็นสิ่งเดียวกัน ว่านี่คือ "จ่านรก" แน่นอน ~

 

เอาล่ะ ... ความโหดเริ่มต้นขึ้นแล้ว

... ซึ่งจ่านรกเป็นศิษย์เก่าวชิราวุธ มีนิสัยรักสุภาพ

จึงไำม่ชอบน้ำเสียงกระชาก นศท. สักเท่าไร

เพราะฉะนั้น เวลาจะทวนคำสั่งก็จะเป็น "หมอบคร้าบ" "นอนหงายคร้าบ" แทน..

... หลังจากหมอบอยู่ไม่นาน ก็ต้องมาวิดพื้น 22 ครั้ง

นับได้ว่าเป็นการวิดพื้นที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต 

เพราะในการวิด 1 ครั้ง จ่านรกจะชวนคุยประมาณเกือบนาที

ซึ่งระหว่างคุย เราก็ต้องค้างอยู่ในท่าเตรียมวิดพื้นยังงั้น เมื่อยอย่างแรง T_T

... แต่บรรยากาศกลับเฮฮาได้ เมื่อผลัดที่เรามา มี รร. วัดไตรมิตร (รร.พี่หาร)

ซึ่งจ่านรกเคยสอนให้กับ รร. นี้ในชั้นปี 1 อยู่ ...

จึงมีการทีแซวทีจริงไประหว่างฝึก สนุกสนานมากมาย + เหนื่อยมากมาย

... เช่น ร้องเพลง จิ๊บ ร.ด. และทำท่าสะพานโค้ง ท่อง ก.ไก่ ถึง ฮ. นกฮูก

คลานต่ำไปหาต้นรัก แล้วกลิ้งคลุกฝุ่นกลับมาจัดแถว

... การฝึกอย่างหนักหน่วงผ่านไปถึง 9 โมงเช้า จึงจบลง

ด้วยความประทับใจในรสชาติฝุ่น (แทบแดกฝุ่นแทนอาหารกลางวันได้เลย)

 

... แต่ยังไง ผมก็ยังคิดถึงจ่านรกอยู่นะค้าบบบบบ ~ 555+

(ต้อง ค้าบบ ด้วย~)

 

หลังจากนั้น เราก็จะได้นำความรู้ที่เรามีทั้งหมดมาใช้ในการ เข้าตี - ตั้งรับ ซะที

... ซึ่งเราได้เริ่มตั้งรับในภาคเช้าก่อน และ เข้าตีในภาคบ่าย

(ให้ตายสิ... เข้าตี ตอนบ่ายแดดเปรี้ยงๆ ผิวคงลอกกันไปข้าง~)

โดยทั้งการเข้าตี และ ตั้งรับ จะต้องเริ่มต้นจากการศึกษาก่อน

แล้วจึงนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งต้องยอมรับเลยว่า เข้าตี เหนื่อยกว่าตั้งรับแน่ๆ

ข้อเปรียบเทียบ

- ตั้งรับ => วิ่งไปหมอบให้ถูกที ไม่นานก็ได้เข้าที่ร่ม และกลับให้ถูกที่

- เข้าตี => ทุกคนในหมู่ต้องเดินให้พร้อมกันเป็นหน้ากระดาน ห้ามล้ำเส้น

มีระบบขั้นตอนการเข้าตียุ่งยากกว่า ทั้งไปทั้งหมวด ทีละหมู่ ทีละคู่

ผิดตอนไหนเริ่มใหม่อย่างเดียว และคุณลวดหนามเจ้าเก่าก็มารอตรงฐานออกตีเช่นเคย 

(แต่โชคดี ที่ไม่ต้องเริ่มเข้าตีใหม่แบบในหนัง ไม่งั้นมีต่อยกันแหงม 555+)

 

... หลังจากเสร็จภารกิจทั้งสอง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเหนื่อยมากทีเดียวแหละ

มีเป็นลมไปบ้าง ขาเจ็บไปบ้าง แต่ทุกคนก็สู้ตาย

... เย็นวันนั้น ก็จึงนำเป้สนามแบก แล้วก็ลงจากป่าไปที่รวมพลที่เดิมตอนแรก

และได้อาบน้ำซะที เย้~ ...แต่เสียงความยินดังได้ไม่นาน ...

"คุณมีเวลาอาบน้ำ 30 วินาที ใครอาบช้า กลิ้งคลุกฝุ่น"

(Your Father? แต่ก็ต้องรีบอาบด้วยความเร่งด่วน รีบสแครชอย่างเร็วไว)

 

... หลังจากเหน็ดเหนื่อยทั้งวันในวันที่ 4 ก็มีนันทนาการที่ลานกว้า่ง

จ่าชายหญิงก็ขึ้นมาร้องเกะปลุกใจ ทั้งเพลง "นายขนมต้ม" "บางระจันคืนวันเพ็ญ"

และสาวๆแมวป่า ร.ด. ผองเพื่อนเรา ก็ขึ้นไปร้องเพลง "PlayGirl" ของ ส้ม อมรา

เต้้นได้ซาบซ่าในอารมณ์มาก ... อยากเอารถถังทับเวทีทิ้ง 555+

... นอกจากนั้น ยังมาเรียนเรื่อง "ยาเสพติด" "สิทธิที่ได้เมื่อจบ นศท. ปี3"

นันทนาการได้ไม่นาน ก็หมดเวลาสนุกแล้วสิ

 

ก็ต้องกลับไปนอน พรุ่งนี้มีอีก 2 ภารกิจสุดท้ายรออยู่

^ รูปจ่านรกแบบระยะไกล (เห็นหน้าชัดๆก็ไม่มันส์น่ะสิ...)

 

^ ตั้งรับ ร้อนตับแตก นั่งหอบแดก ในบังเกอร์

 

^ เข้าตีกับตั้งรับเสร็จซักที เดินทางกลับกองพันกันครับ

 

^ ร้านค้าที่ นศท. ทุกคนรัก

 

^ พักระหว่างนันทนาการ ไปซื้อน้ำไม่อยู่หน้าเวทีกันใหญ่เชียว...

---------------------------------------------------- 

 

วันที่ 5

ความจริงวันนี้ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้านักก็ได้ แต่เรากลับตื่นเช้าเป็นพิเศษ

... เป็นเวลา ตี 4 ได้ ... แต่ที่ตื่นไม่ใช่ด้วยนิสัยที่ติดมาจาก 4 วันที่ผ่านมา

แต่ปวดขี้จังเลยครับ... อั้นมา 4 วันแล้ว กล้ามเนื้อหูรูดรับไม่ไหว

ไม่อยากกินยาด้วย ในที่สุดก็จบสถิติอั้นขี้ที่ 4 วัน ปุ๋งๆแฮ่~

(จะ 4 อะไรมากมาย)

 

หลังจากพร้อมกันทุกคนแล้ว ก็เดินทางไปที่หอกัน

... เพื่อมาศึกษาวิธีการกระโดดหอสูง 34 ฟุต กันครับ

ซึ่งระหว่างศึกษาแมร่งก็จะไซโคให้เราไม่กล้าโดดกัน

เช่น เคยมีคนขาหักเพราะลงผิดท่า เชือกกระชากร่างกายอะไรต่างๆก็ว่าไป

... สังเกตได้ว่าเป็นการศึกษาที่เงียบและเสียวจริงๆ

เมื่อศึกษาเสร็จก็จะแยกย้ายเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มนึงจะเริ่มโดดหอกันเลย ส่วนอีกกลุ่มจะไปไต่เชือกข้ามลำน้ำกัน

... กลุ่มเราได้ไปข้ามลำน้ำกันก่อน

ซึ่งการข้ามลำน้ำนี้ คนที่เรียนลูกเสือคงต้องคุ้นเคยกันบ้างแล้วแหละ

แต่มาที่ ร.ด. คราวนี้ จะมีเชือกให้ลองกันตามระดับความยาก 3 Level

ได้แก่ สะพานเชือก 3 เส้น 2 เส้น และ 1 เส้น ตามลำดับ

... ซึ่งคนก็ถ่ายเทไปที่แต่ละเส้น จากมากคนไปน้อยคน ตามลำดับ

โดยเวลานั้นก็ไม่เพียงพอที่จะให้่ผ่านไปได้ทุกคน

... แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่ไม่มีใครตกน้ำกลางลำน้ำเลยสักคน

ส่วนเราเองก็ไม่ได้ข้ามลำน้ำครับ เพราะเห็นว่ามันเหมือนกับลูกเสือมาก

(ความจริงคือ เอาเสื้อมาตัวเดียว ขืนลงน้ำไป กลิ่นก็บรรลัยทั้งหมวด)

 

หลังจากเสร็จการข้ามลำน้ำแล้ว ก็ไปโดดหอ 34 ฟุตกันดีกว่้า

... ซึ่งการตัดสินใจที่จะโดดหรือไม่โดดของเรานั้นไม่ยากเลย

เพราะผ่านเงื่อนไขทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ไม่ผ่านการผ่าตัดใหม่ๆ มาก่อน...

น้ำหนักไม่เกิน 75 กก. เป็นต้น (แต่ตอนนี้น้ำหนักก็เข้าใกล้แล้ว T_T)

... อีกทั้งเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่ควรพลาด จึงตัดสินใจโดด

ถ้าถามว่า กลัวไหมที่จะโดด ...? ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยครับว่า

... กลัว !!! ...

 

กลัวน่ะสิ ! เกิดมาไม่เคยต้องขึ้นไปที่สูงแล้วดิ่งลงมายังงี้เลย

แต่จะเปลี่ยนใจก็ไม่ทันแล้ว เพราะคิวที่รอโดดก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ...

 

ในที่สุด ... ก็ติดตั้งชุดโดดหอและขึ้นไปบนหอกระโดดแล้วครับ = ="

ซึ่งบนยอด ผู้คุมฝึกก็จะพูดผ่อนคลายให้เราคลายเครียดลืมเรื่องความสูงไป

พอถึงทีเผลอ พี่แกก็จะถีบเราลงหอทันที

"อ้ากกกกกกกก~"

^

เป็นเสียงธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่งแต่อย่างใด..

... รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะวินาทีที่กระโดดลงไปมันดิ่งพสุธามาก

ตอนแรกนึกว่าเชือกแมร่งขาดด้วยซ้ำ ลงเร็วมากๆ นึกว่าจะลงพื้นคอหักตายแล้ว

... แต่พอถึงจุดอิ่มตัว ก็จะค่อยๆไหลไป ความตื่นเต้นชั่ววูบก็หมดตามไป

 

หลังจากถอดชุดก็รู้สึกสนุกและเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่น่าจดจำ

ก่อนจะจ่าย 50 บาทค่ากระโดดหอ 

และได้รับยศ "สิบเอก" กับ "เกียรติบัตร" เป็นรางวัลทุกคน

 

... เสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมดแล้ว เวลายังเหลืออยู่อีกหน่อย

ไม่รู้ว่าจะให้พักต่อหน่อยก็ไม่ได้ ต้องให้พวกเรามีอะไรทำทุกที

... จ่าแกก็สั่งเก็บใบไม้ตามพื้น (งานสิ้นคิดประจำศูนย์ใหญ่)

ก่อนจะร่ำลา จากจ่าไปทำพิธีที่รูปปั้น ร.6 ในวันแรกอีกครั้ง

ยืนให้แดดมะเร็งเผาอีกเช่นเคย จึงจะกลับได้

 

... แต่ก่อนกลับก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น 

เมื่อมีเพื่อนเราคนหนึ่ง ได้เดินเอ้อระเหยไปทางอื่น ไม่ขึ้นรถ

จนจ่าต้องตามจับตัวมา ปรากฎว่าเพื่อนคนนั้นคุยไม่รู้เรื่อง

เมื่อเพื่อนมาคุยด้วยก็ไม่สามารถจำเพื่อนได้

อีกทั้งตาขวางอีกต่างหาก จึงมีคนสงสัยไปต่างๆนานาว่า

ผีทหารโบราณเข้าสิงหรือไม่ หรือจะเป็นอาการของการเมาแดดไม่ทราบ

... เพราะเพื่อนคนนี้ ก็ขาดน้ำค่อนข้างเป็นเวลานาน

บวกกับสุขภาพจิตไม่ค่อยดี มีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนเครีดหนักก่อนมาค่ายนี้

... อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้เพื่อนกลับมาเป็นปกติโดยไวนะครับ

 

ที่สุดแล้ว ก็เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ และปฏิญาณตนต่อหน้ารูปปั้น ร.6

เป้นอันเสร็จสิ้น การฝึกภาคสนาม "เขาชนไก่" แต่เพียงเท่านี้ ...

 

หลังจากนั้น พี่ก็มารับ ไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นกับลอดช่องสิงคโปร์ ที่ สะพานผ่านฟ้า

... เฮ้อ ... รักกรุงเทพฯ จังครับ ^^

^ จากที่เล่ามา เส้นแดง = ระยะเสียว , เส้นเขียว = ระยะชิลล์

 

^ ทิศที่พวกเราจะขับเคลื่อนไปจากหอ

 

^ โดดเสร็จแล้ว เพื่อนๆก็มาช่วยรับลงกันหน่อย

 

^ โดดหอเขาลงกันอย่างนี้

 

^ พักครั้งสุดท้าย ก่อนขึ้นรถกลับกันแล้ว !!!

 

^ เยส!!! จบแล้วครับ ...

----------------------------------------------------  

เก็บตกรูปอีกสักเล็กน้อย

เท่าที่เพื่อนจะถ่ายมาได้ครับ (ถ่ายมาได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้วจริงๆ 55+)

^ เปิดประตู สู่แดนนรก

 

^ ห้องน้ำไทย เหม็นไกลไปทั่วโลก

 

^ เด็กกรุงเทพฯ บนซากทราย

 

^ 7-Eleven แห่งเขาชนไก่

 

^ ที่พักผ่อนนอนหลับของพวกเรา

 

^ หนทางอีกยาวไกล สู่ยอดเขาชนไก่อันสวยงาม

 

^ หนึ่งในสะพานเชือกข้ามลำน้ำ - 3 เส้น

----------------------------------------------------

 

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

" ที่เขาชนไก่ ... น้ำอร่อยกว่้าอาหารใดๆในโลก "

----------------------------------------------------  

Credits PicZ : CoCo'z156 + JaNaRogKub ^^

Comment

Comment:

Tweet

it's good to see this information in your post, i was looking the same but there was not any proper resource, thanx now i have the link which i was looking for my research.

#17 By Dissertation (116.71.5.144) on 2011-02-15 04:46

I have been visiting various blogs for my dissertation thesis assignment research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information... Regards

#16 By dissertation thesis (59.103.196.187) on 2010-10-02 13:17

พิมแบบได้ใจ

หนุกๆๆ

อยากได้รูปถ่ายอีก บอกได้

จะส่งให้

(เหลือภาพอะไรอีกหว่า - -) sad smile

#15 By The Coco'z (58.8.61.59) on 2009-02-08 22:43

~* เพิ่มเติมรูปอีกสักเล็กน้อยครับ *~

#14 By HostChan* on 2009-02-07 08:27

ของเราโชคดีที่ไม่ได้เข้เลยทั้ง 5 วัน big smile

#13 By Meen on 2009-02-07 08:00

^
^
^
โห... ดูสนุกกว่าเยอะเลยอ่ะ

#12 By HostChan* on 2009-02-07 07:55

โห ... เดี๋ยวนี้ไต่เชื่อกเขาใจดีขนาดนี้แล้วหรอว่ะ T-T

ปีพี่แม้งทุกคนต้องไต่ 3 > 2 > 1 เส้น ตามลำดับ
แล้วมันก็จะเล่นเกมกันที่ 3 กับ 2 เส้น คือ ถ้าคนข้างหลังไต่ไปแปะคนข้างหน้าได้ คนข้างหน้าก็จะต้องลงน้ำไป !!! sad smile

ส่วนไต่ เส้นเดียวนี่ ตกน้ำกันระนาว angry smile

#11 By lonc on 2009-02-07 02:55

^
^
^

แก่สินะ 555

#10 By HostChan* on 2009-02-05 19:06

พี่ยศดูไม่เหมือนเด็ก ม.ปลาย เลยอะ




:P

#9 By shokorakis ♥ on 2009-02-05 18:55

เออ เหมือนไปเที่ยวจริงๆ

แต่ดูเหมือนยศกล้ามขึ้น ฮ่ะๆๆ

#8 By H i r o k i _ S a r u  on 2009-02-05 15:23

จัดเป็นแหล่งข้อมูลเตรียมตัวปีหน้ากันเลย อิ ๆ

#7 By pugkung on 2009-02-05 12:10

ไปฝึกหรือไปเที่ยวเนี่ย 55

อ่านแล้วสนุกดี เรียนรด.สองปี ไม่เคยได้ไปเหยียบที่เขาชนไก่เลย

ปล.โดดหอนี่น่าลองเป็นยิ่งนัก open-mounthed smile

#6 By SpiderLilies* on 2009-02-05 00:39

เฮ้ยยยยยยยยยยยย เดี๋ยวนี้มีเซเว่นด้วย !!! สุดยิด

#5 By goemon on 2009-02-04 22:53

เข้าตีแม่งสุดตีนจริงๆ กินอ้อยไป 2 ข้อ

#4 By zerodrive on 2009-02-04 22:14

ยศนี่เหมือนไปเที่ยวนะ 5555555555+

เราไม่มีประสบการณ์ แบบนี้รู้สึกเสียดายเหมือนกัน เพราะสอบไม่ติด ชั่งงี่เง่าเสียนี่ไกล open-mounthed smile

#3 By DeuiL on 2009-02-04 21:44

พี่เพิ่งเข้าไปเยี่ยม ชั้นปี4 มาเมื่อวันอาทิตย์

#2 By -^Fly piG^- on 2009-02-04 21:39

เยอะมากๆ ทยอยอ่านนะครับ อ่าน day 1-2 ไปแล้ว

เพิ่งผ่านมาเหมือนกัน
^^~ ยินดีด้วยครับ

#1 By ถ้วยน้อย on 2009-02-04 21:34

Favourites