193 : Intro to Law

posted on 05 Oct 2009 00:51 by hostchan156 in Entertainment

หลังจากที่ผ่านการสอบวิชาสุดท้ายไปเมื่อไม่นานมานี้

นั่นก็คือวิชา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย หรือ Intro to Law นั่นเอง ...

... พูดถึงวิชานี้ ก็นึกถึงเรื่องที่เคยพูดถึงได้ เกี่ยวกับการทำรายงาน

เรื่องที่ได้รับมอบหมายคือ "ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์"

... โดยต้องนำเสนอในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ก็เลยลองหยิบยกข้อกฎหมาย

นำมาวาดเป็นการ์ตูนดู แล้วนำไปส่งอาจารย์มาจะเดือนนึงได้แล้ว

... วันนี้เลยนำเอาผลงานการ์ตูนที่ใช้เวลา 2 วันเต็มๆ มาให้อ่านดู

(ความจริงงานเค้าสั่งล่วงหน้าเป็นเดือน แต่ต้องไฟลนก้นก่อนถึงจะทำ 555+)

--------------------------------------------------------------------------------------

(แน่นอนว่าทุกรูปสามารถจิ้มเข้าไปเพื่อดูขนาดใหญ่ได้นะจ๊ะ !)

 

หมวด 1

ฎีกาที่ 1057/2531
    จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเอากระเป๋าเป้บรรจุสุรา เครื่องคิดเลข
เงินเหรียญและรองเท้าสเกตของผู้เสียหาย จากชั้นสองไปไว้บนชั้นที่สี่
ซึ่งเป็นดาดฟ้า เป็นการพาทรัพย์เคลื่อนที่ไปและเข้าถือเอาทรัพย์นั้นแล้ว
แม้จำเลยจะเอาทรัพย์ไปไม่ได้เพราะบุตรของผู้เสียหายมาพบเสียก่อน
ก็เป็นความ ผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ

 


ฎีกาที่ 3894/2531
    จำเลยและ ป. ผู้เสียหายเป็นพี่น้องกันจำเลยมาขอยืมรถจักรยานยนต์จาก ป. 
ป. ไม่ให้ จำเลยแสดงกิริยาเอะอะโวยวาย และต่อมาก็ได้เอารถจักรยานยนต์
ไปขับขี่พาเพื่อนไปรับประทานอาหาร การกระทำของจำเลย
ในการเอารถจักรยานยนต์ไปเป็นเพียงการถือวิสาสะฉันพี่น้อง
และเมื่อเอาไปแล้วก็มิได้พาหลบหนีไปแต่อย่างใด
จำเลยจึงขาดเจตนาทุจริตจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์


หมวด 2

 

ฎีกาที่ 4012/2534
    การที่ผู้เสียหายยินยอมมอบเงินให้ ด. เพราะว่า ด. จะนำรูปถ่ายของผู้เสียหาย
ซึ่งแต่งตัวเป็นฆราวาสไปโฆษณาอันเป็นการขู่เข็ญว่า
จะทำอันตรายต่อชื่อเสียงของผู้เสียหาย และผู้เสียหายยินยอมมอบเงินให้ ด.
แม้ ด. จะยังมิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปก็เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์สำเร็จแล้ว

 


ฎีกาที่ 2226/2531
    เงินในตู้บริจาคของศาลเจ้าและเงินของผู้ดูแลศาลเจ้า 
แม้จะเก็บรักษาไว้ในศาลเจ้าก็มิใช่วัตถุในทางศาสนา 
การที่จำเลยกับพวกปล้นทรัพย์ดังกล่าวจึงมิได้กระทำต่อทรัพย์
ตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 335 ทวิ วรรคแรก
และไม่อาจเป็นความผิดตามมาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ได้
ดังนั้น การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 340 ทวิ


หมวด 3


ฎีกาที่ 2245/2531
    จำเลยกับ ส. ร่วมกันพูดชักชวนให้ผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ
แล้วเรียกเก็บเงินจากผู้ เสียหายและไม่ส่งผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ
ตามที่พูดชักชวน โดยอ้างว่าตั๋วเครื่องบินหมดและรอใบรับรองการทำงาน 
ดังนี้  พฤติการณ์ของจำเลยกับ ส. แสดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยกับ ส.
มีเจตนาทุจริตหลองลวงผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้น 
จำเลยกับ ส. ยังได้ชักชวนคนทั่วไปให้ไปทำงานด้วย 
จึงเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก

 

ฎีกาที่ 102/2533
    จำเลยมิได้ประกอบธุรกิจการค้าขายทองคำแต่หลอกลวงโจทก์
โดยพูดจาชักชวนให้ โจทก์ร่วมลงทุนเข้าหุ้นค้าทองคำกับจำเลย 
โจทก์หลงเชื่อมอบเงินให้แก่จำเลยไป  การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด
ฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341



หมวด 4


ฎีกาที่ 2162/2537
    แม้การที่คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยมิชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดินฯ
มาตรา 86 จะทำให้คนต่างด้าวนั้นถือสิทธิหรือใช้สิทธิในที่ดินมาอย่างเจ้าของ
กรรมสิทธิ์ไม่ได้  และต้องจำหน่ายที่ดินนั้นไปตามมาตรา 94
แต่ก็มิใช่ว่าการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวจะไม่มีผลเสียเลย 
เนื่องจากคนต่างด้าวยังคงมีสิทธิได้รับผลตามมาตรา 94
ทั้งยังมีสิทธิได้รับชำระราคาที่ดินซึ่งได้จากการจำหน่ายตามมาตรา 54
ดังนั้น แม้โจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์ก็มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1
แบ่งทรัพย์สินที่ดินและบ้านซึ่งโจทก์กับจำเลยที่ 1 ร่วมกันซื้อมาได้
กรณีถือว่าคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากจำเลยที่ 1
โจทก์มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 1
ที่โอนขายที่ดินและบ้านดังกล่าวไปเสียจึงครบองค์ประกอบความผิด
ฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

 


ฎีกาที่ 6761/2544
    การที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ภรรยาของโจทก์ซึ่งมีชื่อในโฉนดที่ดิน
ได้ร่วมกันขายที่ดินอันเป็นสินสมรสของ โจทก์กับจำเลยที่ 2
ให้แก่ผู้อื่นภายหลังที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ขอหย่าแบ่งสินสมรส
และฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีแพ่งขอให้โอนที่ดินแปลงพิพาท ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง 
โดยจำเลยทั้งสองไม่ได้มีนิติกรรมผูกพันที่จะต้องขายมาก่อนมิใช่เป็นการขายไป
ในลักษณะปกติ  แม้คดีแพ่งจะยังมีการโต้เถียงกรรมสิทธิ์และอยู่ระหว่าง
การพิจารณาของศาลชั้น ต้นก็ตาม  ก็ถือว่าโจทก์อยู่ในฐานะเจ้าหนี้
ที่มีอำนาจที่จะฟ้องจำเลยทั้งสองแล้ว  เข้าองค์ประกอบความผิด
ฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350


หมวด 5


ฎีกาที่ 6035/2531
    โจทก์ร่วมมอบสร้อยคอทองคำให้จำเลยไปขาย 
จำเลยจะขายได้ราคาสูงเท่าใดเป็นเรื่องของจำเลย 
แต่จำเลยต้องนำเงิน 3,500 บาท  มาคืนให้โจทก์ร่วม
ดังนี้ กรณีมิใช่จำเลยได้รับมอบหมายสร้อยไว้แทนโจทก์ร่วม 
แต่เป็นการขายเชื่อสร้อยคอทองคำของจำเลย 
เมื่อจำเลยไม่คืนหรือชำระราคาสร้อยคอทองคำให้โจทก์
ก็เป็นเพียงผิดสัญญาทาง แพ่ง  ไม่เป็นความผิดฐานยักยอก

 


ฎีกาที่ 578/2532
    จำเลยกับสามีจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ก. ได้นำรถยนต์ของผู้เสียหาย
ไปขายให้บริษัท น. บริษัท น. ไม่ได้จ่ายเงินค่ารถยนต์ให้แก่ร้าน ก.
แต่ได้หักหนี้ที่ร้าน ก. เป็นหนี่บริษัท น. อยู่ ดังนี้
จำเลยมิได้รับเงินค่ารถยนต์จากบริษัท น. ไว้แทนผู้เสียหายเลย
จำเลยจึงไม่อาจเบียดบังเอาเงินดังกล่าวได้ 
การที่จำเลยไม่ยอมชำระเงินค่ารถยนต์แก่ผู้เสียหายไม่เป็นความผิดฐานยักยอก


หมวด 6


ฎีกาที่ 1928/2534
    จำเลยรับซื้อสินค้าไว้โดยไม่มีพฤติการณ์อันส่อให้เห็นว่าเป็นการรับซื้อไว้
โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่ ร. ฉ้อโกงมาจากโจทก์ร่วม เป็นการซื้อไว้โดยสุจริต
ย่อมไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร

 


ฎีกาที่ 400/2535
    จำเลยที่ 1 เป็นผู้บอกให้จำเลยที่ 2 ไปซื้อของกลางที่ถูกยึดในครั้งแรก
แล้วนำไปขายนำเงินมาแบ่ง และจำเลยที่ 1 ยังเป็นผู้เดินนำจำเลยที่ 2
เข้าไปในป่าละเมาะบริเวณที่ของกลางซุกซ่อนอยู่แล้วก้มลงหยิบเฟืองเกียร์ของกลาง
จึงถูกจับกุม พฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยที่ 1 ย่อมทราบมาก่อนว่าของกลาง
เป็นของร้านที่ซุกซ่อนไว้ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานรับของโจร


หมวด 7


ฎีกาที่ 463/2536
การที่จำเลยนำข้าวผสมกับสารเคมีกำจัดแมลงไปวางไว้ที่ข้างสระน้ำ
ที่เป็ดของผู้เสียหายมาเป็นประจำ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าเป็ดของผู้เสียหาย
จำเลยจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358

 


ฎีกาที่ 8140/2541
จำเลยบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์และได้แผ้วถาง
ที่ดินดังกล่าวใช้ทำไร่ ทำให้บุคคลทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์
จากหนองคำปลาหลาอันเป็นสาธารณประโยชน์ในส่วนที่จำเลยบุกรุก
ยึดถือครอบครอง เป็นการทำให้หนองสาธารณะนั้นไร้ประโยชน์
แม้เป็นบางส่วน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสารธารณประโยชน์แล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360


หมวด 8


ฎีกาที่ 1338/2532
จำเลยเข้าไปในโรงเรียน แม้จำเลยจะมีสิทธิเดินผ่านโรงเรียนได้
แต่การที่จำเลยเข้าไปในบริเวณโรงเรียนในเวลากลางคืนจนไปถึงอาคาร
ซึ่งไม่ใช่ทางผ่านและถีบถุงปูนซีเมนต์ที่เก็บไว้หน้าอาคาร
แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์
ของนางสมรครูใหญ่โดยปกติสุข จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุก
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) ประกอบด้วยมาตรา 362

 


ฎีกาที่ 5588/2537
แม้ถนนที่เป็นทางเข้าออกของที่ดินของโจทก์จะอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 1
หรือไม่ก็ตาม จำเลยทั้งสองก็ไม่มีอำนาจโดยพลการที่จะนำไม้และสังกะสี
ไปตอกปิดกั้นประตูทางเข้าออกที่ดินของโจทก์
ทำให้โจทก์เข้าออกที่ดินของโจทก์ไม่ได้
เป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองของโจทก์
ถือได้ว่าเป็นการเข้าไปกระทำการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์
ของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยทั้งสองจึงมีความผิด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 

------------------------------------------------------------------------------------------------------

Special Thanks ... PiPi ที่ช่วย Scan ให้นะคับ

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีค่ะ งานของพี่หนูชอบมากเลยคะ
หนูขอยืมไปเป็นสื่อนำเสนอนะคะ big smile

#6 By ploypailin (223.206.106.87|223.206.106.87) on 2014-08-27 21:03

ขอยืมไปpresent งานนะค่ะพี่ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
หนูให้เครดิตเรียบร้อยค่ะ ชอบงานของพี่มากๆ
ทำให้อยากศึกษาด้านนี้เลย

#5 By กานต์ (103.7.57.18|115.67.97.153) on 2012-08-12 15:24

ชอบ อันนี้ ฎีกาที่ 1928/2534
ตำรวจมันชอบ จำคนซื้อของที่เค้าลักมาด้วย โดยที่ไม่รู้แล้วมันก็เอาผิดต่างๆนานา อะ แบบ เซงมาก

เห้นแล้วอยากจะแท่นกระบาลตำรวจ

#4 By Zet (58.8.197.182) on 2009-10-07 13:27

ดูรูปแล้วอ่านบรรยายต่อนี่เข้าใจแจ่มแจ้งเลย

แต่ยศวาดรูปน่ารักดีแฮะ confused smile

#3 By SpiderLilies* on 2009-10-05 14:15

^[]^

ยศคุงเจ๋งมากมาย

เป็นการ์ตูนที่อ่านง่าย และได้ความรุ้ดีค่ะ

^^~ นับถือๆ

#2 By BassYoncE on 2009-10-05 05:19

อืม... ได้ความรู้ๆbig smile

#1 By -iori- on 2009-10-05 02:05

Favourites